06 มีนาคม 2565

โรงเรียนที่ซิดนีย์มีวิธีการคุยกับเด็กเรียนไม่เก่งยังไง

ทาร่าอยากมาแชร์ให้เห็นถึงวิธีการสอนเด็กๆ ของประเทศออสเตรเลียค่ะ คือ ลูกชายของทาร่าเอง

ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ป.3 กำลังจะขึ้น ป.4 เป็นเด็กที่เรียนไม่เก่งเอามากๆ แม่เปิดดูการบ้านลูกทีเราแล้วอยากจะร้องกรี๊ดทุกทีเลยค่ะ


ดีที่โรงเรียนที่ออสเตรเลีย เค้าไม่มีการสอบจัดลำดับ ว่าเด็กคนไหนสอบได้ที่เท่าไหร่เหมือนตอนที่ทาร่าอยู่เมืองไทย ไม่แน่ใจว่าเดี๋ยวนี้ยังมีการจัดลำดับแบบนี้อยู่รึเปล่า ยิ่งโรงเรียน ม. ต้น ของทาร่านี่หนักเลยค่ะ ถึงขนาดเอาคะแนนตอนสอบเข้ามาเรียงลำดับแล้วทำเป็นเลขประจำตัวเลยตั้งแต่ 1 ถึง 52 เลยค่ะ เลขที่ 1 คือคนที่สอบเข้ามาด้วยคะแนนเต็ม ส่วนคนที่ 52 คือคนสุดท้ายในโควต้าห้องคิงส์ (ลำดับถัดไปจะเป็นเลขที่ 1 ของห้องควีนละ) ว่าไปนั่น!!! 


โรงเรียนที่นี่เค้ามีการสอบในแต่ละเทอม แต่ไม่ได้บอกคะแนนเด็กกับผู้ปครองค่ะ ในรีพอร์ตจะบอกแค่


🟦 ลูกคุณเข้าใจมากกว่าระดับที่เรียนอยู่

🟩 ลูกคุณเข้าใจตามระดับที่กำลังเรียนอยู่

🟨 ลูกคุณกำลังทำความเข้าใจในระดับที่เรียนอยู่


ซึ่งลูกชายทาร่าคว้า 🟨 มารัวมาก!! ดูแล้วไม่เข้าเกณฑ์เลยซักกะวิชา จนแม่นี่ต๊ะกะใจ แต่พอได้คุยกับเค้าแล้วก็ยิ่งต๊ะกะใจเข้าไปอี๊กกก….



  Credit : Unsplash


มนุษย์แม่: รีพอร์ตออกมาแบบนี้ ยูโอเคมั้ย 


มนุษย์ลูก: โอเคสิ ครูบอกว่าข้อสอบมีไว้วัดระดับความเข้าใจของเด็กๆ คุณครูไม่ได้ต้องการให้เราทำให้ถูกหมด ครูแค่ต้องการให้เราทำอย่างสุดความสามารถ คุณครูจะได้รู้ว่าเราเข้าใจแค่ไหน และเรื่องไหนที่เด็กๆ ไม่เข้าใจกันเยอะๆ ครูจะได้หาวิธีอื่นมาสอนพวกเรา


ป๊าดดดดดดดด…. ทัศนคติช่างดีงาม ราวกับหลุดออกมาจากทุ่งลาเวนเดอร์ แต่แม่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง


มนุษย์แม่: แต่ยูยังไม่เข้าใจเยอะมากเลยนะ


มนุษย์ลูก: ใช่สิ ทุกคนต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ แม่ไม่ต้องเครียด


กราบบบ…. โรงเรียนที่นี่เค้าสอนไว้ดีงามมากๆ ทาร่ากับลูกยังคุยกันอีกหลายประโยคเลยค่ะ พยายามอ้อมไป อ้อมมา เผื่อลูกจะหลุดอะไรออกมาบ้าง แต่ไม่มีเลยจริงๆค่ะ ทุกคำถามที่ถามไป ลูกชายทาร่าตอบกลับมาได้ด้วยทัศนคติที่ดีมาก เช่น


มนุษย์แม่: แล้วเพื่อนๆ ยูเค้าเป็นยังไงกันบ้าง ยูรู้มั้ย


มนุษย์ลูก: ครูบอกว่าเราไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เพราะทุกคนก็มีความถนัดเป็นของตัวเอง ถ้าทุกคนเก่งเหมือนกัน เก่งวิชาเดียวกันหมด โลกใบนี้ก็จะน่าเบื่อ


มนุษย์แม่: แล้วยูเคยลอกเพื่อนบ้างมั้ย (สมัยแม่เรียน แม่ลอกเพื่อนตอนสอบด้วยนะ)


มนุษย์ลูก: ไม่ลอก เพราะเพื่อนเค้าก็อาจจะผิดได้เหมือนกัน เราต้องเชื่อตัวเองสิ


Credit : Unsplash


ที่โรงเรียนเค้าจะมีแบ่งวิชาเลขออกเป็น 3 กลุ่ม นักเรียนส่วนใหญ่จะนั่งเรียนในคลาสปกติ แต่จะมีนักเรียนบางคนที่เก่งมากๆ ที่ครูจะแยกไปสอนต่างหากในห้อง แล้วก็จะมีนักเรียนอีกกลุ่มที่อ่อนสุดๆ ครูจะแยกออกไปเรียนต่างหากอีกเหมือนกัน


และแน่นอนว่าลูกชายของทาร่าก็อยู่ในกลุ่มหลังสุดอีกเหมือนเดิม



มนุษย์ลูก: ยูโอเคมั้ย? อายเพื่อนมั้ยที่โดนแยกไปเรียนอีกห้องนึง ไม่ได้เรียนคลาสปกติไปพร้อมเพื่อนๆ


มนุษย์ลูก: โอเคสิ ไม่เห็นน่าอายเลย พวกเราแค่มีวิธีการเรียนรู้ต่างจากคนส่วนใหญ่ ครูแยกพวกเรามาเพื่อสอนด้วยวิธีพิเศษที่ตรงกับวิธีการเรียนรู้ของพวกเรา


อื้อหือออ… รักครู รักโรงเรียน รักระบบการศึกษาประเทศนี้มาก 😍


ทำไมเค้าเลือกใช้คำพูดได้ดีงาม อ่อนโยนต่อจิตใจเด็กได้เบอร์นี้ ทาร่ารู้สึกว่าการสอนแบบนี้เด็กๆ จะไม่กดดันและเข้าใจโลกว่า เราไม่ต้องเก่งไปซะทุกเรื่องก็ได้ เพราะอย่างที่คุณครูบอกเลยค่ะ ว่าคนเรามีเรื่องถนัดไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น


และการที่เราได้คะแนนน้อยตอนนี้ ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง เราสอบตก หรือเราไม่ฉลาด แต่เราแค่กำลังเรียนรู้ในเรื่องนั้นอยู่ ซึ่งเด็กแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้และใช้ระยะเวลาที่ต่างกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ขอแค่เด็กๆ ยังไปโรงเรียนอย่างมีความสุข และความเชื่อที่ว่าพวกเขาสามารถเรียนรู้ได้ต่างหากที่สำคัญกว่า



ทาร่าเคยเขียนเรื่องการเรียนของเด็กๆ ที่นี่ไว้ใน e-book เล่มเล็ก ที่ลูกชายเป็นคนวาดรูปประกอบให้ เล่มนี้เหมาะกับคุณแม่ที่มีลูกทุกคนเลยค่ะ ไม่ว่าลูกของคุณจะเรียนเก่ง หรือเรียนไม่เก่ง ทัศนคติและวิธีการสอนของโรงเรียนที่ออสเตรเลียจะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับคนจนต้องร้องว้าว!! แบบที่ทาร่าเองได้เจอมาแล้ว

 

เชิญตำได้ตามช่องทางข้างล่างนี่เลยค่ะ 

 

📙 หนังสือ "ตอน ไมเคิลเรียนไม่เก่ง" โดย Tara Thow

 

Ookbee: https://bit.ly/3mYvGGx

 

Meb: https://bit.ly/3aKmcsF

 

 

💞 ช่องทางในการติดตามทาร่า

 

Facebook: https://www.facebook.com/pagetarathow

IG: tarathow

Youtube: https://www.youtube.com/c/TaraThow

Blockdit 1: มนุษย์แม่ลูกสองจากเมืองซิดนีย์ By Tara Thow

Blockdit 2: เทคนิคเพี้ยนๆที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง by Tara Thow

Blogspot: tarathow.blogspot.com

Tiktok: @tarathow

ติดต่องาน: ไลน์ไอดี tara.thow



01 มีนาคม 2565

จุดอ่อนของคนที่เก่งที่สุด

 ทุกคนคิดว่าจุดอ่อนของคุณคืออะไรคะ?? เราขี้เกียจ เราไม่อดทน เราหัวร้อน เราใจเย็น ทำอะไรเชื่องช้าเกินไป ทุกคนล้วนมีจุดอ่อนด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่ง…… คนที่ประสบความสำเร็จ!!!


เรื่องนี้ทาร่าได้มาจากหนังสือ Big ideas for Curious Minds and Introduction to Philosophy ถ้าแปลเป็นไทยคือ หนังสือปรัชญาเบื้องต้นสำหรับเด็กนั่นเองค่ะ 



เล่มนี้ได้มาจากความบังเอิญมากๆ เพราะสามีผู้ประเสริฐ มีความเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต มีความสุขในทุกวัน และก็อยากเห็นทุกคนรอบตัวมีความสุขด้วย ก็เลยไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาให้เป็นของขวัญวันเกิดเด็ก 7 ขวบ!!! ไม่ใช่ลูกตัวเองด้วยนะ แต่เป็นงานวันเกิดเพื่อนลูก โอ๊ยยย แม่นี่คิดภาพตามแล้วถึงกับกุมขมับ เด็กชายวัย 7 ขวบกำลังนั่งแกะของขวัญวันเกิดตัวอย่างอย่างตื่นเต้น ผ่านไปแต่ละกล่องก็ลุ้นว่าจะได้อะไร และก็ค้นพบเจ้าสิ่งนี้….. หนังสือปรัชญาชีวิตสำหรับเด็ก ตึง!!! ถ้าเพื่อนเอาไปพูดต่อที่โรงเรียน ต่อไปคงจะไม่มีใครอยากชวนลูกเราไปงานวันเกิดแล้วล่ะเธอ 😅



Credit : Pixabay


หนังสือเล่มนี้เลยกลายมาเป็นสมบัติของบ้านเราที่ปะป๊าบอกให้แม่เอามาอ่านให้ลูกฟังดุจดั่งนิทานก่อนนอนเพื่อเป็นแสงไฟส่องทางในชีวิตของลูกเราทั้งตอนนี้และตอนโต โวะ!!! แม่ส่ายหน้าด้วยความเพลีย แต่ก็ลองหยิบมาอ่านดู แล้วก็พบว่า…….. มันดือมาก!!! ใครมีลูกวัยประถมนี่แนะนำเลยค่ะ เป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ มีรูปประกอบพอกรุบๆ เนื้อหาแต่ละบทไม่เยอะ ไม่น้อยจนเกินไป อ่านคืนละบทกำลังดี… และที่สำคัญ ไม่ได้แค่สอนลูกนะคะ แต่คนเป็นแม่เองก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ เล่มนี้ทาร่ารักเลย 💖



เอาล่ะโม้มาเยอะ ไม่ได้เปอร์เซ็นต์อะไรจากสำนักพิมพ์เลยนะคะ งั้นมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ 🥳



Weakness of strength theory (แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ทฤษฎีจุดอ่อนของจุดแข็ง) บอกไว้ว่า ทุกคน ทุกอย่าง บนโลกใบนี้ ล้วนมี ข้อดี และ ข้อเสียในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น



ยกตัวอย่าง ถ้าเราต้องการเดินทางไกล ข้ามประเทศ ข้ามทวีป ใช้เวลาน้อยที่สุด สบายที่สุด เราต้องนั่งเครื่องบินจริงมั้ยคะ จากซิดนีย์ไปประเทศไทยใช้เวลาแค่ 8 ชั่วโมง 



แต่… แต่… แต่…. ถ้าเราจะออกไปปากซอย ซื้อขนม ชานมไข่มุก ข้าวราดกะเพราไก่ไข่ดาวล่ะ?? ในเมื่อเครื่องบินเป็นยานพาหนะที่สุดยอดมากๆ สามารถขนคนได้ทีละเป็นร้อย แถมยังเดินทางได้ไกล ในเวลาอันรวดเร็วอีก งั้นเราควรนั่งเครื่องบินไปใช่ไหม?? คำตอบ คือ ไม่ใช่!!! ไม่ใช่แค่ไม่เหมาะ ไม่ควร แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย จริงมั้ย!!



✈️ จุดแข็งของเครื่องบิน คือ มีขนาดใหญ่ สามารถเดินทางไกล ได้ในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เครื่องบินถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเดินทางไกล ด้วยข้อดีของเค้านี่แหละที่กลายมาเป็นข้อจำกัดสำหรับการเดินทางในระยะสั้นด้วยเช่นกัน



 Credit : Pixabay


🌈 ตามสำนวนว่า Put the right man on the right job เราต้องใช้คน ให้เหมาะกับงาน หากคุณเป็นนักฟุตบอล คนตัวเล็ก วิ่งเร็ว ต้องอยู่กองหน้า จะให้คนตัวเล็ก วิ่งเร็วไปอยู่กองหลัง ไปเป็นนายประตู ก็ไม่ได้ 



บางคนเป็นนักกีฬาเหรียญทอง มีวินัยตื่นเช้า ซ้อมหนัก พักผ่อนตรงเวลา กินอาหารครบ 5 หมู่ แน่นอนว่าจุดแข็งเหล่านี้ทำให้เค้าประสบความสำเร็จในชีวิตนักกีฬา แต่ในขณะเดียวกัน จุดแข็งที่ช่วยให้เค้าเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ก็อาจจะกลายเป็นจุดอ่อนในการเข้าสังคมของเค้าก็ได้ 



🌟 เรื่องนี้สอนเด็กๆ ให้ชื่นชมและยอมรับทุกคนในแบบที่เค้าเป็น และสอนให้เด็กๆ รู้ว่า ทุกนิสัย ทุกสิ่งของ ทุกบุคคล ล้วนมีข้อดี และ ข้อเสีย ในตัวเองเหมือนกัน ไม่มีใครที่จะสมบูรณ์พร้อมไปทุกด้าน 




Credit : Pixabay


และจุดแข็งของคนคนนึงในสถานการณ์นึง ก็อาจจะกลายเป็นจุดอ่อนของคนคนเดิมในสถานการณ์อื่นก็ได้



เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยถ้าเราเกิดมาไม่สมบูรณ์แบบ เราอาจเล่นกีฬาเก่ง แต่ร้องเพลงไม่ได้ อาจเก่งวิชาคณิตศาสตร์ บวก ลบ คูณ หารเป๊ะเว่อร์ แต่พอให้วาดรูป คุณครูให้วาดไก่ดันออกมาเป็นเป็ดซะงั้น สิ่งสำคัญอยากให้เรายอมรับตัวเอง และ คนอื่น ยอมรับสิ่งของ สมบัติ นิสัย ที่ทุกคนมีนั่นเอง



สำหรับใครที่ชื่นชอบศาสตร์พัฒนาตัวเอง อยากมีชีวิตของตัวเองได้ ทาร่ายังมีอีกหนึ่งศาสตร์มาแนะนำด้วยค่ะ 🎯 Vision Board คือการนำรูปที่เราอยากได้ อยากมี อยากเป็น มาวางไว้ในที่ที่เราสามารถเห็นได้ในทุกวัน เพื่อเป็นการเตือนสมองในส่วนของจิตใต้สำนึกถึงเป้าหมายอย่างแท้จริงในชีวิตของเรา ที่สำคัญมันทำง่ายและได้ผลพันเปอร์เซ็นต์ 💯 เลยค่ะ



 📙 หนังสือ "Power of Vision Board เปลี่ยนชีวิตให้เป๊ะปังด้วยพลังจากรูปภาพ" โดย Tara Thow

 

แบบเล่มที่ Se-ed https://bit.ly/3mJ7fNl

E-book ที่ Meb: https://bit.ly/3Bljwh0

E-book ที่ Ookbee: https://bit.ly/3Bn43Nj

 

ช่องทางในการติดตามทาร่า

 

Facebook: https://www.facebook.com/pagetarathow

IG: tarathow

Youtube: https://www.youtube.com/c/TaraThow

Blockdit 1: มนุษย์แม่ลูกสองจากเมืองซิดนีย์ By Tara Thow

Blockdit 2: เทคนิคเพี้ยนๆที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง by Tara Thow

Blogspot: tarathow.blogspot.com

Tiktok: @tarathow

ติดต่องาน: ไลน์ไอดี tara.thow






23 กุมภาพันธ์ 2565

Energy Detox รีบูทร่างกายแค่ 2 นาที

มีใครเคยได้ยินคำนี้ไหมคะ?? 

Qi Gong (ชี่กง) เป็นการฝึกสมาธิและการฝึกหายใจ ถือกำเนิดที่ประเทศจีน มีนานนับพันปี เป็นศาสตร์ที่คนจีนรู้จักกันดี และช่วยปรับร่างกายของคนจีนให้สมดุล เป็นพลังการรักษาแบบป้องกันก่อนเกิดโรค และฮอตฮิตจนคนตะวันตกนำมาทำตามด้วย


      Credit: satoriqigong

ทาร่าอยากแนะนำประวัติคร่าว ๆ ของศาสตร์นี้ก่อนค่ะ ‘ชี่กง’ เป็นการทำสมาธิแบบเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยนแบบโบราณที่รู้จักกัน ในด้านพลังการรักษาที่น่าอัศจรรย์ เป็นการผสมผสานระหว่างการหายใจอย่างนุ่มนวล การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล และการทำสมาธิแบบเจริญสติ ถ้าเราได้ทำแล้วเราจะรู้สึกเหมือนใจเต้นแรงเลยค่ะ



มันดีมาก แม้กระทั่ง ดร.ออซ (Mehmet Cengiz Öz) หมอและพิธีกรคนดังระดับโลกเคย กล่าวว่า "ถ้าคุณอยากมีชีวิตยืนถึง 100 ปี จงทำชี่กง"


Credit:whitetigerqigong


ชี่กง มีนับพันแบบค่ะ แต่วันนี้เราจะมาเรียนรู้ง่ายๆ เป็นเรื่องของการ Refresh พลังงานง่ายๆ Energy Detox ใช้เวลาแค่ 2 นาที สูตรนี้ทาร่าได้มากจาก Satori Method ค่ะ ชอบมากเพราะรู้สึกว่าทำง่าย

เข้าใจง่าย แล้วรู้สึกได้ผล



เดี๋ยวทาร่าจะแนบลิงค์ให้ด้วยค่ะ เผื่อเพื่อนๆ ลองทำตาม 




สามารถทำได้ตลอด วันละ1 - 3 ครั้ง แล้วก็กลับไปทำงานตามปกติได้ ง่ายๆ สั้นๆ เป็นเทคนิคที่ทาร่าคิดว่าเจ๋งมากๆ ทำให้เรารีเฟรชร่างกายจากการทำงานที่ล้าๆ พอลองทำแบบนี้คือสดใสขึ้นมาเลยค่ะ 


ทาร่าเชื่อว่าทุกมิติของชีวิตล้วนเชื่อมต่อกันค่ะ ถ้าเรามีสุขภาพที่ดี เราก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเงิน มีความสุข มีความรักที่ดีงามตามมาด้วย ในขณะเดียวกันชีวิตครอบครัวที่ดีงามก็จะช่วยให้เรามีความสุข มีกำลังกาย กำลังใจ ที่จะไปทำงาน สุดท้ายแล้วเราก็จะมีการเงิน และสังคมที่ดีไปด้วย



ทาร่าเชื่อว่าชีวิตที่ดี ต้องดีในทุกมิติ และเครื่องมือนึงที่ทาร่าใช้มาตลอดและชอบมากๆ คือ Vision Board ค่ะ ทาร่าได้รวบรวมทฤษฎีและวิธีใช้ ทั้งจากประสบการณ์ตัวเอง ประสบการณ์เพื่อนๆ และจากทุกตำราที่ทาร่าพอจะเข้าถึงได้ ย่อยให้อ่านง่ายๆ จบได้ภายใน 2 ชั่วโมง และที่สำคัญ มันได้ผล 1000% ขอฝากผลงานนี้ไว้ในอ้อมใจเพื่อนๆ ด้วยนะคะ 


 📙 หนังสือ "Power of Vision Board เปลี่ยนชีวิตให้เป๊ะปังด้วยพลังจากรูปภาพ" โดย Tara Thow

 

แบบเล่มที่ Se-ed https://bit.ly/3mJ7fNl

E-book ที่ Meb: https://bit.ly/3Bljwh0

E-book ที่ Ookbee: https://bit.ly/3Bn43Nj

 

ช่องทางในการติดตามทาร่า

 

Facebook: https://www.facebook.com/pagetarathow

IG: tarathow

Youtube: https://www.youtube.com/c/TaraThow

Blockdit 1: มนุษย์แม่ลูกสองจากเมืองซิดนีย์ By Tara Thow

Blockdit 2: เทคนิคเพี้ยนๆที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง by Tara Thow

Blogspot: tarathow.blogspot.com

Tiktok: @tarathow

ติดต่องาน: ไลน์ไอดี tara.thow



SME จะหนีงานได้ยังไง

 ทุกวันนี้ใครทำงานเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก หรือ SME ยกมือค่ะ 🙋 ทาร่ายกสองมือเลยค่ะ 🙆‍♀️ ถึงจะมีหุ้นส่วนก็เหอะ แต่ด้วยความเป็นเจ้าของ ทาร่าก็จะมีความคาดหวัง รวดเร็ว ละเอียด ใส่ใจ ให้บริการ ในแบบที่เจ้าของทำเอง ถ้ามนุษย์เงินเดือนทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ความลับที่เจ้าของธุรกิจ (ในช่วงเริ่มต้น) ไม่เคยบอกคุณ คือ พวกเค้าทำงานวันละ 12 ชั่วโมงกันค่ะ!!


จังหวะเดียวกันกับเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ทาร่าเจอสเตตัสบนเฟสบุ๊คของเพื่อนคนนึงที่บ่นว่า 👉 ตั้งแต่เป็นเจ้าของกิจการเอง ผ่านมา 2 ปีแล้ว ยังทำงานไม่เคยได้หยุดแม้แต่วันเดียว ฮือออ อ่านสเตตัสเพื่อนแล้วนึกว่าก็อปความคิดเรา (ตอนเริ่มธุรกิจใหม่ๆ) มาวางเลยค่ะ เพื่อนทำทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่ สากกะเบือ ยันเรือรบ มีเวลาให้ตัวเอง สุขภาพ ครอบครัว น้อยลง จนเค้าเองก็รู้สึกไม่ไหวแล้ว ฮือ!! อีกรอบ



Credit:Pixabay


💥 ฉันต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว พร้อมกับร้องเพลงพี่ป้าง ฉันต้องทำ ทำอะไรสักอย่างแล้ว (ใครเกิดทันแปลว่าเรารุ่นเดียวกัน 😉) เอาเป็นว่า เพื่อนรู้สึกว่าต้องจัดระเบียบชีวิตใหม่ ถ้าขืนยังใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปมีหวังนางคงได้ใช้ชีวิตทางลัด จากที่ควรจะเป็น ทำงานหนัก รวย สบาย สู่ขิต เหลือแค่ ทำงานหนัก แล้วก็ข้ามไปสู่ขิตเลยก็ได้


สเตตัสนี้คอมเมนต์ระเบิดเลยค่ะ เพราะคนทำธุรกิจ SME น่าจะมีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ ตัวทาร่าเองก็เคยมีสภาพแบบเดียวกันเลยค่ะ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ด้วยแนวความคิดจากหนังสือ The 4 Hours Work Week ของ Tim Ferriss (ชื่อภาษาไทย คือ ทำน้อยแต่รวยมาก) ขอบคุณจนไม่รู้จะขอบคุณยังไง 💖


Tim บอกว่า สำหรับคนทำงาน SME ที่ต้องการจะหาเวลาว่างให้ตัวเองนั้นง่ายมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการหยุดงานอาทิตย์ละ 1-2 วัน หรือพักร้อนซัก 2 - 4 อาทิตย์ สิ่งที่ต้องก็แค่ 👉 เตรียมตัว และเตรียมใจ ที่จะรับมือสำหรับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจเราแค่นั้นเอง เช่น 


🙄 สต๊อกอาจจะหมด 👉 งั้นสอนงานพนักงานไว้ซักคน ดูแล้วใครเหมาะสมที่สุด


🙄 ยอดขายอาจจะลดลง 20% 👉 เตรียมเงินสำรองเผื่อไว้


🙄 พนักงานต้องรอการตัดสินใจ 👉 เปลี่ยนจาก FAQ (คำถามที่พบบ่อย) มาเป็นนโยบายเลย ถ้าเจออะไรที่คล้ายๆ ให้พนักงานตัดสินใจโดยอ้างอิงจากนโยบายของร้านไปเลย


🙄 ขโมย หรือสต๊อกหายไปเพราะพนักงานของเรานี่แหละ 👉 ติดกล้องวงจรปิด และทำประกันไว้ตามความเหมาะสม


🙄 บริการช้าลง 20% 👉 ทำใจ เดี๋ยวกลับมาแล้วค่อยทำโปรโมชั่นชดเชย กอบกู้ชื่อเสียงเรากลับมา (หายไปแค่ 2 อาทิตย์ มันจะเสียหายได้มาที่สุดแค่ไหน ก็เตรียมแผนฟื้นฟูไว้มากแค่นั้น)


 Credit:Pixabay


🌈 Tim บอกว่า เมื่อเราเตรียมรับมือกับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่เราสามารถจินตนาการได้ และเตรียมแผนรับมือไว้อย่างรอบคอบแล้ว เชื่อมั้ยคะว่า เวลาที่เราไม่อยู่จริงๆ เหตุการณ์มันจะไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก 🌟


ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ติดตั้งระบบบริหารความเสี่ยง (risk management) ให้ธุรกิจของเรา ถ้า 1-2 อาทิตย์สั้นไป เราอาจจะลองคิดให้ไกลขึ้นก็ได้ แล้วถ้า 1-2 เดือนล่ะ?? หรือ 1-2 ปีล่ะ?? บางอย่างเราอาจจะสามารถทำได้ทันที แต่บางอย่างเราอาจจะต้องใส่ไว้ในแผนงานและค่อยทำในวันที่พร้อม


🌵 Hope for the best, yet prepare for the worst


🌵 คาดหวังว่ามันจะออกมาดีที่สุด แต่ก็พร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นด้วย


ทาร่าเชื่อว่ากฎเหล็กของนักลงทุนข้อนี้สามารถเอามาปรับใช้กับนักธุรกิจได้เหมือนกันค่ะ



     Credit:Pixabay


และทาร่าก็เชื่อว่าเหตุผลที่หลายคนอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองนั้นไม่ได้มีแค่ ‘เงิน’ เท่านั้น แต่เราอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเวลาให้คนที่เรารัก มีเวลาดูแลสุขภาพ และมีเวลาหาความสุขให้ตัวเองด้วย ทาร่าหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ 🥳


🌈 ทาร่ายังมีอีกเทคนิคดีๆ ที่อยากจะแบ่งปันกับเพื่อนๆ ด้วยค่ะ 👉 Vision Board คือการเอารูปที่เราอยากได้ อยากมี อยากเป็น มาวางไว้ในที่ที่สามารถมองเห็นได้ในทุกวัน แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการตัดแปะยังไงให้ได้ผล คือการตกตะกอนความคิดของเราให้ออกมาเป็นภาพที่ชัดเจนต่างหาก หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปค้นพบเป้าหมายที่แท้จริงในชีวิต ว่าตกลงแล้วคุณต้องการเงิน หรือความมั่งคง มั่งคั่ง หรือแค่อิสรภาพในการใช้ชีวิตโดยที่ไม่ต้องสนใจเรื่องเงินกันแน่??? เมื่อเป้าหมายถูกแล้ว เดี๋ยวเส้นทางมันก็มาเองล่ะค่ะ และนี่คือความมหัศจรรย์ของ Vision Board ที่ทาร่าอยากให้ทุกคนได้รู้จัก 💖💖💖



📙 หนังสือ "Power of Vision Board เปลี่ยนชีวิตให้เป๊ะปังด้วยพลังจากรูปภาพ" โดย Tara Thow

 

แบบเล่มที่ Se-ed https://bit.ly/3mJ7fNl

E-book ที่ Meb: https://bit.ly/3Bljwh0

E-book ที่ Ookbee: https://bit.ly/3Bn43Nj

 

ช่องทางในการติดตามทาร่า

 

Facebook: https://www.facebook.com/pagetarathow

IG: tarathow

Youtube: https://www.youtube.com/c/TaraThow

Blockdit 1: มนุษย์แม่ลูกสองจากเมืองซิดนีย์ By Tara Thow

Blockdit 2: เทคนิคเพี้ยนๆที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง by Tara Thow

Blogspot: tarathow.blogspot.com

Tiktok: @tarathow

ติดต่องาน: ไลน์ไอดี tara.thow